2005/Oct/17


edit @ 2005/10/17 23:35:09

2005/Oct/17

เริ่มหนาวแร้ว เพลงที่ครีมช๊อบ~ ชอบ... ฟังแล้วคิดถึงชินยะ.... สุดที่รัก เง้อ-!!!

ละลายแย้วๆ เหอๆๆๆ ที่ร้าก ได้อัพรูปที่ร้ากแย้วววววว /me ดีจายสุดขีด





edit @ 2005/10/17 23:22:01

2005/Oct/17

อันนี้ครีมไปขอร้องให้พี่เค้าแปลให้ ไม่แน่ใจว่าอ่านกันบ้างรึยังน่ะค่ะ ที่ลงไว้นี่ยังไม่เสร็จดีเลยอะ ได้แค่ 1 ส่วน 4 ของต้นฉบับ มันเริ่มเครียดขึ้นเรื่อยๆ ตามที่พี่Z เล่าให้ฟังคร่าวๆ ถ้ายังไม่เคยอ่านกันก็เขียนไว้นะคะ จะบอกให้พี่เค้าแปลต่อ ที่เหลืออีกเยอะมากเลยค่ะ คนแปลตายไปแล้ว พี่Z ครีมขอโต๊ด.....

พี่Lenneเจ้าของหนังสือแปลญี่ปุ่นเป็นอังกฤษ พี่ Z แปลจากอังกฤษเป็นไทย ครีมเอามาลง เหอๆๆๆ เหมือนองค์กรอะไรสักอย่างเลย ชอบๆ อา ไม่ได้อัพรูปที่รักเลย มัวแต่โทรไปรบกวนคนแปลแงๆๆๆๆ

_________________________________________________________________

Kyo Interview in [READ] magazine, October 23, 2003

- ขอบคุณสำหรับการถ่ายรูปนะครับ. ขณะนี้เรากำลังถ่ายรูปกันอยู่ที่สวนสาธารณะ Ueno Park . เคียวคุงเคยมาที่สวนสาธารณะ Ueno มาก่อนรึเปล่าครับ?
Kyo
- เคยมาครับ.

- มาถ่ายแบบ หรือว่ามาเป็นการส่วนตัวครับ ?
Kyo
- ส่วนตัวก็เคยมา.

- มาทำอะไรเหรอครับ? มาเดินเล่นรอบๆ เฉยๆ หรือว่ามาทำอย่างอื่น ?
Kyo - ก็, ถ้าไปทางนั้นก็จะเป็นสวนสัตว์แล้วน่ะ... ผมไปที่นั่นโดยต้องเดินผ่านตรงนี้แหละ.

- เหมือนตอนที่คุณมาโตเกียวเพราะอยากเห็นหมีแพนด้ารึเปล่าเนี่ย ? (ยิ้ม/หัวเราะ)
Kyo - (ยิ้มแหยๆ)
นั่นมันเป็นเรื่องนานมาแล้วนะ. ที่ไปตอนนั้นเพราะเพิ่งจะย้ายไปโตเกียวใหม่ๆ . ตอนอยู่ที่บ้านเกิดผมเคยมาโตเกียวครั้งนึงเหมือนกัน.

- จริงเหรอ? จินตนาการไม่ออกเลยนะ ที่เคียวคุงจะไปสวนสัตว์เล่นๆ ในวันพักผ่อน. Kyo - ไม่ๆ, ผมก็ไปเรื่อยๆ หลายๆ ที่. อย่างตอนนี้แถว Ikebukuro ที่ Namja กำลังมีไอศกรีมแปลกๆที่เรียกว่า Ice Creams of the world Exhibition
ประมาณนั้นหล่ะ.

- ผมก็เห็นมันทางรายการโทรทัศน์เหมือนกัน .
Kyo - เมื่อเร็วๆนี้ ผมอยากกินเจ้านี่แหละแล้วผมก็ไป. แต่พอไปถึง คนมากมายรอเข้าแถวกันเต็มไปหมด แล้วผมก็อยู่นานไม่ได้ด้วย.

- ก่อนที่จะโฆษณาไอศกรีมนั่น ที่แถบ Namja รู้สึกว่าจะมีงานเทศกาลเกี๊ยวซ่า เป็นงานเทศกาลใหญ่ระดับประเทศเชียวนะ.
Kyo
- ใช่, นั่นล่ะ. มีจริงๆ ด้วยนะ. (หัวเราะ) คุณรู้ละเอียดดีนี่. มันเป็นไอศกรีมแบบซอฟท์ครีมที่อยู่บนขนมปังทอด. เป็นความคิดที่ดีนะ. (ยิ้ม)

- ผมก็เห็นมันมาบ้างเหมือนกัน. เป็นโฆษณาหน้าสีในหนังสือพิมพ์. ดูเด่นและน่าสนใจมากนะ.
Kyo
- แน่นอน. มันดูน่าอร่อยนะแล้วผมก็ไป. ตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่เริ่มทำกันเลยน่ะ. ที่นั่นแต่งเหมือนกับบ้านที่ดูหลอนๆ แล้วก็มีไอศกรีมมากมายกำลังยืนอยู่ในนั้น.

- บ้านหลอนๆ? คุณกำลังหมายความถึงอะไรสักอย่างที่มีเสียงหัวเราะแบบ เกะๆๆ ของ Kitarou น่ะเหรอ?
Kyo
- ไม่ๆ มันไม่ใช่ เกะๆๆๆ แบบ Kitarou .

- ที่นั่นอยู่ในแถบ Namja เหรอ?
Kyo
- มันไม่ได้หลอนแบบนั้นน่ะ ดูจะเป็นของแบบญี่ปุ่นวางไว้ ให้รู้สึกแบบนั้นน่ะ. พอผ่านตรงนั้นไปก็จะถึงที่ขายไอศกรีมหล่ะ.
มันไกลมากและเสียเวลาพอสมควรเลยล่ะที่จะไปที่นั่น. ต้องเสียเวลารอ 2 ชั่วโมงที่จะเข้าไปข้างใน จากนั้นคุณต้องไปรอที่ด้านในอีกรอบนึง.

- เป็นแบบนั้นทุกร้านเลยเหรอ ? เข้าแถวกันยาวเป็นงู งั้นเหรอ?
Kyo - ใช่. แค่เพื่อจะซื้อไอศกรีมเท่านั้น. ทำไมต้องใช้เวลาคอยนานขนาดนั้น? ผมรอนานสัก 30 นาทีก็กลับออกมาเลย.

- แล้วเคียวคุงได้ซื้ออย่างอื่นกินบ้างมั้ย ?
Kyo
- ไม่เลย, คุณต้องคอยถึง 2ชั่วโมง เพื่อจะซื้อไอศกรีม! ผมรู้สึกช็อค ทั้งเครียดและก็ช๊อคมากจริงๆนะ.

- 55555 คุณออกไปเที่ยวข้างนอกบ่อยๆเหรอ ?
Kyo - ก็ค่อนข้างบ่อยทีเดียวล่ะครับ. แต่ผมยังไม่ได้ไปดิสนีย์แลนด์เลยตั้งแต่ย้ายมาโตเกียว . ตอนอยู่ที่บ้านเกิดเคยไปมาครั้งนึง.
ตั้งแต่ย้ายมาผมไปแค่... เรียกว่าอะไรนะ... สวนสนุกใน Nerima.

- สวนสนุก Tojima Garden รึเปล่า?
Kyo - อ้อ, ใช่ๆ. ผมไปที่นั่นบ่อยมาก. มันอยู่ใกล้ๆ กับแถวที่ผมอยู่เมื่อก่อน. ส่วนใหญ่จะไปกับรุ่นน้อง. (ผู้หญิงล่ะสิเคียวคุง)

- ที่นั่น พอถึงช่วงฤดูร้อน ก็จะมีการแสดงดอกไม้ไฟยิ่งใหญ่ตระการตาให้ดู ทุกๆ วัน เสาร์ ใช่มั้ย ? (ตานี่ ก็รู้มากจริง)
Kyo
- ใช่. อืม ห่างจากเนริมะไป ประมาณ 2 ป้ายรถเมล์... แถวนั้นเรียกว่า Fujikendai ผมเคยอยู่แถวนั้นแหละ.

- ตรงที่เกือบถึงเขตถังแก็สแถวๆ เนริมะสินะ. ที่นั่นใหญ่มากเลยนะ มีถังแก็สวางเรียงรายเต็มไปหมดตลอดทางของถนน Sengawa.
Kyo
- มีถังแก็สเหรอ? ผมไปแถวสวน Tojima เป็นประจำ. ไปบ้านรุ่นน้องที่อยู่ที่นั่น. (ตกลงรุ่นน้องคนนี้ แฟนสินะ เคียวคุง)
ตอนเย็นๆ ผมชอบไปเล่นแถวนั้น. แต่ผมไม่รู้เรื่องถังแก๊สเลย คุณรู้จักบริเวณนั้นดีจริงๆ เลย.

- ผมเดาว่าตอนนั้น เป็นช่วงที่คุณยังมีเวลาว่างสินะ. ดูเหมือนคุณยังไม่มีอะไรทำมากมาย.
Kyo
- ใช่ เป็นช่วงที่ยังมีเวลาว่างอยู่, แต่จากนั้น ตั้งแต่ฟอร์มวง Dir en grey เราก็ไม่ได้คิดจะไปไหนเลย. เรียกได้ว่าบ้ามากๆ กับการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ที่สุด.
เรายุ่งและวุ่นวายกันจนเป็นเรื่องปกติไปเลย พอทำงานของวันนี้เสร็จ เราก็ต้องทำงานอย่างอื่นต่ออีก แต่พอตกกลางคืนก็หาเรื่องสนุกๆ ทำ.
นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมผมถึงรู้จัก Ikebukuro กับ Nerima เป็นอย่างดี.

- มันเหมือนคุณจำกัดเส้นทางรถไฟแค่เส้น Seibu - Ikebukuro เลยนะ. ตามปกติที่จะออกไปข้างนอกกัน การคลายเครียดเป็นเหตุผลแรกสินะ?
Kyo
- ใช่. อย่างเช่นร้านซูชิ ก็ไปบ่อยๆ. ผมมีร้านที่รู้จักอยู่ร้านนึงอร่อยมาก ถ้าอยากกินซูชิผมก็ไปที่นั่นล่ะ. แถวๆ Ikebukuro.
แล้วผมก็ไปที่นั่นบ่อยมาก. ใกล้ๆ กันกับที่นั่นมีไลฟ์เฮ้าส์ที่ชื่อ Cyber .

- อยู่ในเขต Ikebukuro ที่ใกล้ๆ กับประตูด้านตะวันออกของสถานีรถไฟใช่รึเปล่า ?
Kyo - ใช่. ปกติผมจะใช้ทางออกฝั่งนั้นแหละ. ไม่ว่าจะไปไหนผมก็จะออกตรงนั้น.

- เคียวคุงดูเหมือนคนที่ชอบทำอะไรซักอย่างอยู่กับบ้านนะ. คุณเป็นคนประเภทกระตือรือร้นมั้ย ?
Kyo
- ไม่. ผมชอบอยู่แต่ในห้อง... ก็ต้องแล้วแต่อารมณ์ด้วยว่าอยากทำอะไร, ตามปกติผมชอบอยู่เป็นที่ แล้วก็จะผูกตัวติดอยู่กับการเล่นเกมซะส่วนใหญ่.
แต่ผมก็ออกไปเที่ยวนอกบ้านบ้างเหมือนกัน. แต่จะออกไปหาอะไรสนุกๆ ทำมากกว่าจะไปดื่มพวกแอลกอฮอลล์ ผมไม่ค่อยดื่มบ่อยนัก. แล้วก็ไม่ค่อยออกไปไหนนานๆ ด้วย.
ผมจะชอบมองหาร้าน ทงคัตสึอร่อยๆ หรืออะไรประเภทนั้น. เป็นอาหารที่ผมกินเป็นประจำ. (ยิ้ม)

- ดูเหมือนส่วนใหญ่เคียวคุงจะชอบไปไหนคนเดียวนะ?
Kyo
- ผมก็คิดอย่างนั้น. (หัวเราะ) แต่ผมไม่ค่อยอยากออกไปไหนจริงๆ นะ. มันเหมือนกับ... เหงาน่ะ.

- อ้า... เคียวคุงเป็นคนขี้เหงาเหรอเนี่ย. ว่าแต่ว่า, คุณจำเรื่องสนุกๆ ในวัยเด็กได้บ้างมั้ย ?
Kyo
- ความทรงจำสนุกๆ? อืม คุณก็รู้ใช่มั้ยว่า คนทั่วๆ ไปน่ะ ปกติแล้วเขาก็จะจำตอนที่เขายังเป็นเด็กๆ ได้, ใช่มั้ย.
ผมเดาว่าคนส่วนมากจะเป็นแบบนั้น. แต่ผมไม่มีความทรงจำอะไรพวกนั้นเลย. ทั้งที่ครอบครัวของผมบอกว่าตอนเด็กๆ เคยพาผมไปสวนสนุกแต่ผมก็ดูไม่สนุกเลย.
และผมก็จำเรื่องพวกนั้นไม่ได้ด้วย ผมไม่มีความทรงจำสนุกๆ... แต่ผมกลับจำที่อื่นๆ ที่ไปได้ อย่างเช่นไปเล่นสกี ที่รีสอร์ท แต่ก็จำไม่ได้ทั้งหมดหรอกนะ.
ผมรู้สึกว่าผมจำได้แต่เรื่องเลวร้ายน่ะ. (อย่างนั้นเรียกฝังใจล่ะ เคียวคุง)

- แต่ผมคิดว่า... ก็น่าจะมีรูปถ่าย หรือรูปภาพที่ระลึก จากสวนสนุก และ รีสอร์ท สกีอยู่บ้างนะครับ .
Kyo
- อืม ไม่ค่อยมีรูปพวกนั้นเลยนะ. รูปที่ผมเล่นสกีก็มีบ้าง. แต่ไม่มีรูปที่สวนสนุกเลยน่ะ. ออ... มีแค่ภาพที่ผมกำลังขี่ บรองโก้อยู่เท่านั้น. (อะไรฟะ บรองโก้)
แต่มีอยู่แค่ไม่กี่ภาพหรอกครับ. ส่วนใหญ่จะเป็นภาพถ่าย ตอนที่ผมยังเป็นเด็กอยู่มาก นอกนั้นก็ไม่มีเลย ครอบครัวผมไม่ค่อยถ่ายรูปเก็บไว้หรอกนะ.
(ออ, เปิดดิคดู บรองโก้คือ ม้าป่าทางอเมริกาตะวันตก)

- แต่เคียวคุงเป็นลูกชายคนโตใช่มั้ย ?
Kyo
- ครับ ผมเป็นลูกชายคนโต.

- ครอบครัวส่วนใหญ่จะชอบถ่ายรูปลูกคนแรกไว้เยอะๆ นะครับ. เพราะกำลังดีใจกับการมีลูกคนแรก.
Kyo
- แต่ที่บ้านผมไม่มีอะไรแบบที่ว่านั่นเลยนะ. ครอบครัวของผมก็ยุ่งกับงานมากๆ น่ะ. พวกเขามีร้านขนมปังที่ต้องทำงานกันตั้งแต่ตี 4
และต้องดูแลร้านไปจนถึงทุ่มนึง หรือ 2ทุ่ม ในบางวัน. พอมีเวลาหยุดพัก พวกเขาก็จะหลับกันหมด พวกเขาชอบทิ้งผมไว้ท่ามกลางผู้คนเยอะๆ ที่รายล้อมอยู่รอบๆ.

- ตามที่คุณพูดฟังดูเหมือนคุณจะไม่จดจำอะไรไว้เลยนะ. ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ผมคิดว่า พวกเขาต้องรักคุณมากจริงๆ ล่ะ.
Kyo
- จริงเหรอ? (ยิ้ม) ผมดูเหมือนเป็นลูกรักของแม่งั้นเหรอ? (ยิ้ม)

- มันเหมือนกับว่า เคียวคุงเป็นประเภทที่ครอบครัวต้องการจะปกป้องน่ะ .
Kyo
- มันก็ไม่เป็นแบบนั้นทุกคนหรอก. พ่อของผมก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่ใช่แบบนั้น เขาซีเรียสอยู่ตลอดเวลา.
ไม่ได้ใจดีอย่างที่เห็นในภาพหรอกนะ. เวลาที่ผมให้สัมภาษณ์แบบนี้ แล้วต้องพูดเรื่องพ่อกับแม่ แม่จะดุว่า "แกไม่เคยพูดถึงฉันเลยสักครั้ง-!" (หัวเราะ)

- งั้น, คราวนี้คุณก็มีโอกาสพูดถึงท่านแล้วล่ะ.
Kyo
- หึหึหึ (มันหัวเราะอย่างนี้จริงๆ นะ). เขาก็ทำหน้าที่แม่ได้ดีพอแล้วสำหรับผมน่ะ. ...แต่ในเรื่องที่ดีๆ มันก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้นแล้วล่ะ.

- ไม่มีสักนิดเลยเหรอครับ ?
Kyo
- เหตุการณ์ส่วนมากผมมักจะออกไปเล่นตามสวนสาธารณะใกล้ๆ . ตอนนั้นผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ที่บ้านของเขาเป็นช่างไม้
แล้วที่นั่นก็มักจะมีไม้มาวางเรียงไว้สูงๆ เยอะแยะมากมาย. มันถูกเอามาวางกองรวมกันไว้. เราก็ชอบไปปีนเล่นกันอยู่ในกองไม้นั่น.
ตอนนั้นกำลังเรียนอยู่ชั้นประถม. ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่เลย. ยังไงดีล่ะ... ถ้าทุกคนถามว่าผมเป็นเด็กอันตรายมั้ย. ผมว่าผมไม่ใช่เด็กแบบนั้น.

- แต่เคียวคุงก็ออกไปเล่นข้างนอกตามปกติ ?
Kyo
- ใช่.

- เคียวคุงมีเพื่อนเยอะมั้ย ?
Kyo
- ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เพื่อนผู้หญิง.

- คุณเป็นคน popular เหรอเนี่ย?
Kyo
- ผมก็ไม่ได้เป็นคน popular หรอกนะ. ผมแค่มีเพื่อนผู้หญิงมากกว่าปกติไปหน่อย.
ผมหมายถึงตอนช่วงที่อยู่ชั้นประถมกันน่ะ... ปกติแล้วถ้าเป็นผู้ชายก็จะสนใจแต่เพื่อนผู้ชายด้วยกัน หรือถ้าเป็นเด็กผู้หญิง
ก็จะมีแต่เพื่อนๆ ที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันเท่านั้นสินะ... แต่สำหรับผมมันไม่ใช่แบบนั้น.
ผมจำได้ว่า เคยจัดงานวันเกิดครั้งนึงกับเพื่อนๆ ตอนอยู่ประถม มีเพื่อนมางานวันเกิดผมเยอะแยะเลยทีเดียว.
เราไปจัดงานปาร์ตี้กันที่บ้านคุณปู่บ่อยๆ คุณปู่มีบ้านอยู่ที่ Ishiyama. ผมชอบไปอยู่ที่นั่น มีถนนน่ารักด้วยนะครับ มีนาข้าวสองข้างทาง ผมชอบไปเล่นตรงแถวๆ นั้น.
มีชายวัยกลางคนพาผมไปจับพวกแมลงปีกแข็งสวยๆ ด้วยครับ. เขามักจะทำหน้าเครียด แล้วก็ปวดประสาท เวลาที่ผมจับแมลงไม่ได้สักตัว.
นั่นเป็นเรื่องในวัยเด็กเพียงเรื่องเดียวที่ผมสามารถจำมันได้ดี. (หัวเราะ)
นอกจากนั้นคุณปู่ของผมยังพาผมไปจับปลาจากแม่น้ำใกล้ๆ มาทานกันด้วยล่ะ. (โอ้~ ชีวิตแสนสุขจริงๆ เคียวคุง)

- นักจับปลามือหนึ่งเลยสินะ?!
Kyo
- ไม่ใช่การจับปลาทีใช้เบ็ดตก แต่จะเป็นการใช้แหไปหว่านที่แม่น้ำแทนครับ. ผมชอบทานปลาที่จับจากแม่น้ำมากนะ.
ผมไม่ใช่เด็กดี แต่ผมก็ไม่เคยรังแกใคร. ผมชอบเล่นเกมอยู่บ้านมากกว่า. ผมเป็นเซียนเกมของเพื่อนๆ ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมเลยล่ะ.

- เดาว่าตอนนั้นกำลังเป็นยุคของเครื่องแฟมิคอมสินะ .
Kyo
- ครับ เป็นเครื่องแฟมิคอม. มันฮิตอยู่แค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น แล้วก็เริ่มลดราคา.

- มันเคยเป็นที่นิยมมากจริงๆ นะ .
Kyo
- ใช่, แล้วตอนเด็กๆ ผมก็ชอบดูหนังด้วย. มีคนพาผมไปดูหนังบ่อยๆ. ผมพูดว่า "อยากไปดู Star Wars" แล้วผมก็ไปดูตอน Episode 3 แล้วก็มีคนพาไปง่ายๆ.
ตอนนั้นเป็นตอนที่มี Jabba กับวังของ Hut... ตอนนั้นมืดมากเลยนะ พอผมดูไปสัก 15 นาที ผมก็เริ่มกลัว แล้วบอกแม่ว่า "จะกลับบ้าน จะกลับบ้าน~"
ตอนนั้นมันน่ากลัวจริงๆ นะ (หัวเราะ) ผมเคยดูพวกยอดมนุษย์อย่าง Superman ด้วย แล้วผมก็กลายเป็นคนชอบดูหนังไปเลย.

- ชอบพวกหนังประเภท Sci-Fi เหรอครับ?
Kyo - เพราะผมเป็นเด็กที่ชอบดูหนังที่มี พวกระเบิด ตูมๆ อะไรแบบนั้นน่ะ. ผมไม่ชอบดูหนังโรแมนติค รักๆ ใครๆ อะไรจำพวกนั้น. (ยิ้ม)
แล้วผมก็ชอบดู 5 Ranger. (หัวเราะ) ตอนนั้นผมอยากเป็น 5 Ranger ด้วย. (หัวเราะ) เมื่อก่อนนานๆ มากแล้วนะ ผมเคยเชื่อว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์.
แล้วถ้ามีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นผมจะแปลงร่างได้ด้วย. (หัวเราะ) ตอนนั้นคงเป็นช่วงประถมต้นน่ะ.

- เคียวคุงชอบ Red Ranger มั้ย?
Kyo
- ไม่, ผมชอบ Blue Ranger. เขาเท่มากในสายตาผม แล้วก็ใช้ธนูเป็นอาวุธด้วย. ผมชอบไปดูโชว์ของ Kikaider.
เพราะชอบพวกเข็มขัดแปลงร่าง ของพวกนั้นแหละ. จักรยานของผมก็มี Masked Rider ติดอยู่ข้างหน้าด้วย.
กดปุ่มให้ไฟกระพริบที่ตาได้นะ. (หัวเราะ) ผมชอบขี่จักรยานแบบนั้นมากเลยครับ.

- ตอนเด็กๆ คุณก็เล่นเหมือนเด็กทั่วๆ ไปเลยนะ? ชอบเล่นเกม ชอบดูหนัง แล้วก็ออกไปเล่นนอกบ้านบ่อยๆ.
Kyo
- ใช่, ผมเป็นอย่างนั้นแหละครับ. พวกญาติๆ จะชอบบอกว่าผมเป็นเด็กแปลกๆ. ใน เกียวโต เขาเรียกเด็กแปลกๆ ว่า henko.
ผมก็ยังไม่เข้าใจจนถึงทุกวันนี้ว่า ตรงไหนของผมที่แปลก. ผมเดาว่านั่นคือเหตุการณ์ทั้งหมดตอนช่วงประถมต้น ที่ผมจำได้.

- ผมคาดว่าพอเริ่มโตขึ้น ความสนใจต่างๆ ของคุณ ก็มีคำจำกัดความมากขึ้นด้วยสินะ.
Kyo
- ไม่ครับ มันก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอะไร ไปสักเท่าไหร่. แน่นอนว่าผมก็ไม่ค่อยคิดว่าผมจะเป็น 5 Ranger แล้ว. เริ่มสนใจการ์ตูน กับเกมอย่างจริงจัง.
แล้วผมก็เริ่มชอบการ์ตูนพวก Dragon Quest มาก. Dragon Quest เริ่มดังเมื่อช่วงขึ้นประถมปลายใหม่ๆ ตอนนั้นภาค 2 กับ 3 ออกวางขาย.
แล้วผมหยุดเรียนเพราะไม่สบาย. ผมดูมันจนจบภายใน 3 - 4 วัน. (หัวเราะ) ผมเริ่ม... ไม่ชอบไปโรงเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา. เป็นความเกลียดของช่วงนั้น.

- แล้วครอบครัวของเคียวคุงไม่พูดอะไรเลยเหรอ ที่เป็นแบบนั้น?
Kyo
- แน่นอนว่า พ่อของผมโกรธผมมากๆ เลยล่ะ. เขาโกรธเพราะว่าผมไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรสักอย่าง แล้วก็ยังมีผลการเรียนที่แย่ของผมอีก.
พอผมถูกเรียกให้ผู้ปกครองไปพบพร้อมใบรายงานผลการเรียน. ทุกครั้ง... พ่อจะทำให้ผมร้องไห้เสมอๆ. เขา... โกรธผมมาก.
แม่จะต้องคอยห้ามพ่ออยู่ตลอด. แล้วผมพูดว่า "ผมจะตั้งใจเรียน ผมจะทำตัวดีๆ" แล้วผมก็ทำทุกอย่างถึงแม้ผมจะไม่อยากทำก็ตาม.

- แล้วเคียวคุงได้เกรดอะไรดีๆ บ้างครับ?
Kyo
- ส่วนใหญ่จะได้เกรด 1 . มีแค่ฟิสิกซ์กับ วิชาช่างเท่านั้นที่ได้เกรด 3. ผมเกลียด exercise กับวิชาพละ พวกกีฬาต่างๆ
ผมไม่เข้าใจความหมายของการเรียน. เวลาที่ผมถามตัวเองว่าผมอยากทำอะไรในอนาคต ผมคิดว่าอนาคตของผมกับการเรียนอะไรพวกนี้ จะทำให้ผมมีอะไรดีๆ งั้นเหรอ.
พอคิดแบบนั้นผมก็เลิกเรียน ตอนนั้นก็ช่วงเพิ่งจบประถมปลายมั้งครับ. ผมคิดว่าการสนุกกับชีวิต เป็นเรื่องเท่. แล้วผมก็ค้นพบคำตอบทุกอย่าง สำหรับคำถามของผม...
"ทำไมผมจะต้องทำสิ่งที่ผมไม่ชอบด้วย?" ผมคิดแบบนั้น ครอบครัวของผมจะชอบพูดประมาณว่า พอจบไฮสคูล ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัย แล้วก็หางานพิเศษทำสัก 5 อย่าง
แต่ผมก็พูดไปว่า "นั่นเป็นความฝันของพวกคุณ" แต่สุดท้ายผมก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะผมยังค้นหาสิ่งที่ผมอยากทำไม่พบ... ที่ถามว่าทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้
นั่นเป็นคำถามที่ง่ายมาก, ถ้าผมชอบดอกไม้ ผมก็จะจำทุกอย่างเกี่ยวกับดอกไม้ได้... แล้วที่ผมไม่มีความทรงจำอะไร เกี่ยวกับครอบครัวหรือความสนุกตอนเด็กๆ เลย
ก็เพราะ... เป็นคำตอบแบบเดียวกันล่ะครับ.

- เคียวคุงพูดเรื่องเหล่านี้ ให้อาจารย์ หรือคนในครอบครัว ฟังด้วยรึเปล่าครับ ?
Kyo
- ก็พูดครับ. ถึงผมจะสื่อสารออกไปได้ไม่ดีนัก. แต่ผมก็ไม่คิดจะพูดว่า "สิ่งเหล่านี้มันจะสำคัญกับนาคตของผมเหรอ?"
ผมก็ต้องพูดไปตรงๆ ตามที่คิดว่า "ผมไม่ชอบ ผมก็จะไม่ทำ" แต่ก็แค่ครั้งเดียว ที่ผมพูดมันออกไป ตลอด 27 ปีมานี้ ผมพูดประโยคนั้น ออกไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น.
ถ้าผมอยากทำอะไร ผมจะทำของผมเอง... ผมคิดได้เองว่า "เอาล่ะ ตั้งใจเรียนเถอะ!" จากนั้นก็ไปนั่งที่โต๊ะ แล้วเริ่มตั้งใจเรียน ประมาณ 2 ชั่วโมง
นั่นเป็นครั้งแรกที่ตั้งใจทำได้นานขนาดนั้น แล้วพ่อผมก็เดินขึ้นมาดูอยู่ด้านหลัง แล้วเขาก็พูดขึ้นมาว่า "แค่นี้ ยังไม่ดีพอหรอก!"
ตอนอยู่ที่โรงเรียน ผมพยายามท่องคันจิจากหนังสือพิมพ์... ผมซึ่งเป็นเด็กที่ไม่ชอบการเรียนเลย แล้วยังคิดได้ว่า "ตั้งใจเรียนเถอะ"
นั่นเป็นความตั้งใจจริงที่กลั่นออกมาได้มากที่สุดแล้ว ต้องถึงขีดจำกัดที่สูงมากจริงๆ ถึงจะทำได้แบบนั้น มากกว่าที่คนอย่างผมคิดขึ้นมา แล้วก็ทำได้
การที่พ่อพูดออกมาแบบนั้น ทำให้ผมคิดว่า "อ้อ.. นั่นคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ" แล้วก็หยุดทำทุกอย่างทันที ในความคิดของผม การที่ผมเกลียดการเรียนแบบนี้
เพราะความผิดของพ่อในวันนั้น.

- อ้า... (หัวเราะ) แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงตั้งใจครั้งใหญ่ขึ้นมาล่ะ? นั่นเหมือนกับคุณชอบเรียนขึ้นมาอย่างกระทันหันเลยนะ.
Kyo
- ช่วงนั้นเป็นเวลาปกติที่เด็กทั่วไปเริ่มตั้งใจเรียนกันนี่. มันดูเหมือนความคิดแบบเด็กๆ เริ่มเป็นอดีตน่ะ มันก็ไม่มีอะไรพิเศษ
แล้วการเรียนก็เริ่มยากขึ้น ผมคิดว่านั่นเป็นการเริ่มต้นอย่างจริงจัง แล้วก็ต้องตั้งใจเรียนจริงๆ แล้วล่ะนะ. มันไม่ค่อยง่ายเลยนะที่จะไม่สนใจแล้วทำได้
แต่มันเหมือนกับผมตามมันไม่ทัน เลยเกิดความคิดที่ว่า "มากเกินไปแล้ว ผมจะไม่ทำแล้ว... ถึงจะเกิดอะไรขึ้นก็ช่างเถอะ!"

- แล้วก็เลยจมดิ่งลงไปกับโลกในเกมของคุณอีกครั้งนึง?
Kyo
- ครับ, ผมเล่นทุกเกมเลย... ผมไม่ชอบเล่นเกมที่ต้องมานั่งเก็บไอเท็มแล้วต้องผ่านเป็นด่านๆ ผมชอบเกมที่มีพวกฉากต่อสู้
หรือไม่ก็เกมที่มีฉากระเบิด ตูมๆ อะไรประมาณนั้น... หรือไม่ก็เกมที่ต้องทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า แล้วก็ชอบอ่านหนังสือการ์ตูน แล้วก็ดูการ์ตูน Animationด้วย.
เหมือนคนปกติทั่วไป. (หัวเราะ) แต่ที่ต่างกันก็คง... คนอื่นยังมีการเรียนผูกมัดอยู่แล้วก็ไม่ได้บ้าเหมือนผม. ผมเป็นตัวของผมเอง ถึงแม้ครอบครัวจะให้กำเนิดผมก็ตาม.
เขาไม่สามารถมาบงการอะไรในชีวิตผมได้... ถึงแม้จะเป็นอีก 50 ปีข้างหน้า... ผมก็แค่อาจจะนอนอยู่ตามสวนสาธารณะ หรือใต้สะพานที่ไหนสักแห่ง
นั่นก็เพราะเป็นความต้องการของผมเอง. มันเป็นเรื่องที่แก้ไม่ได้ไปแล้ว ผมไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร เพราะผมเลือกทางผิดเอง...
ผมไม่ใช่ส่วนหนึ่งของครอบครัว ผมคิดเสมอว่า "ผมเป็นตัวผมเอง" ปกติแล้วทุกคนก็จะชอบทำอะไรตามหน้าที่ เขาเรียกว่า... หน้าที่... ใช่มั้ยนะ...?
ใครๆ ก็ชอบพูดว่า ผมดูน่ากลัวนะ... น่าขยะแขยงออกนะ.... (หัวเราะ) แต่ผมทำเพราะ มันเป็นหน้าที่ของผมเหมือนกัน. ผมไม่ใช่คนน่ากลัวอะไรเลย.
ผมมีสิ่งที่กลัว ผมเกลียดความความรุนแรง ผมทำตัวเหมือนเด็กๆ.... เวลาที่ครอบครัวทำโทษผม ตีผม... ในใจผม... คิดว่า "ทำไมต้องใช้ความรุนแรงด้วย"
ผมยังคิดจนทุกวันนี้ว่า มันไม่เกี่ยวกับความรัก แต่ถึงจะไม่ใช้ความรุนแรง ผมก็เข้าใจสิ่งที่เค้าพยายามพูดกับผมได้.
จากนั้นความคิดที่ว่า ผมเป็นตัวของผมเองก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น... ผมปรึกษาพูดคุยกับอาจารย์ แล้วอาจารย์ก็บอกว่าจะช่วยติวให้ผม ถึงผมจะไม่เข้าเรียนก็ตาม.